Ultracol 100・200 คู่มือผลลัพธ์และราคา|กระตุ้นคอลลาเจนด้วยอนุภาค PDO ขนาดเล็ก

✨ อนุภาค PDO ขนาดจิ๋วช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ทางเลือกใหม่สำหรับดูแลความกระชับ
🌸 เมื่อเริ่มรู้สึกว่า "ผิวไม่กระชับเหมือนเดิม"

เมื่ออายุมากขึ้น กรอบหน้าเริ่มไม่คมชัด และร่องใต้ตาเริ่มเห็นชัดขึ้น
เมื่อเริ่มรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงแบบนี้ หนึ่งในทางเลือกที่ได้รับความสนใจคือหัตถการนี้ สำหรับคนที่อยากรู้เรื่อง Ultracol ผลลัพธ์ ราคา บทความนี้เขียนมาเพื่อคุณ
คู่มือนี้รวบรวมสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำหัตถการ ตั้งแต่ความแตกต่างระหว่าง Ultracol 100 และ 200 ลักษณะการเห็นผล ราคาโดยประมาณ ไปจนถึงการเปรียบเทียบกับ Juvelook
Ultracol ไม่ใช่หัตถการแบบ "ฉีดแล้วเห็นผลทันที"แต่เป็นหัตถการที่ค่อย ๆ กระตุ้นคอลลาเจนในร่างกาย เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา ทีละน้อย
💉 Ultracol คืออะไร — ทำไมต้องทำ PDO ให้เป็นอนุภาคขนาดเล็ก

ส่วนประกอบหลักของ Ultracol คือ PDO (Polydioxanone)
PDO เป็นวัสดุที่ใช้ในการร้อยไหมยกกระชับด้วย มีคุณสมบัติย่อยสลายและถูกดูดซึมในร่างกายได้อย่างปลอดภัย
Ultracol นำ PDO นี้มาแปรรูปเป็นอนุภาคทรงกลมขนาดเล็กมาก เส้นผ่านศูนย์กลาง 20–110μm (ไมโครเมตร) เพื่อให้สามารถฉีดเข้าสู่ผิวได้
หลังฉีด อนุภาคจะค่อย ๆ ย่อยสลายในช่วงประมาณ 6 เดือน พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนบริเวณโดยรอบ
ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นราว 1 เดือนหลังทำหัตถการ และเห็นผลสูงสุดหลังผ่านไป 6 เดือน ระยะเวลาที่ผลคงอยู่แตกต่างกันในแต่ละคน แต่โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1 ปี
✅ ความถี่ที่แนะนำ
โดยทั่วไปจะทำ 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 เดือน จากนั้นพิจารณาทำเติมปีละ 1 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับสภาพของแต่ละคน จึงต้องให้แพทย์เป็นผู้ประเมิน
🔍 100 กับ 200 ต่างกันอย่างไร

ตัวเลขที่ต่างกันบ่งบอกถึงขนาดอนุภาคและชั้นผิวที่ฉีด
Ultracol 100 (ขนาดอนุภาค 20–50μm) จะถูกฉีดเข้าไปในชั้นหนังแท้ ของผิว
เป้าหมายคือลดริ้วรอยและฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิว เหมาะกับคนที่อยากปรับเนื้อผิวด้านบนให้เรียบเนียน
Ultracol 200 (ขนาดอนุภาค 50–110μm) จะถูกฉีดเข้าไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนังส่วนบน ของผิว
เป้าหมายคือเติมวอลุ่มให้บริเวณที่ยุบลึก โดยบริเวณหลักที่ใช้มี 3 จุด ได้แก่ ร่องใต้ตา ร่องแก้ม (ร่องจมูกถึงมุมปาก) และแก้มตอบ
✅ ทำไมจึงได้รับความสนใจเป็นพิเศษสำหรับร่องใต้ตา
ผลิตภัณฑ์กลุ่ม PLLA (เช่น Juvelook) ในบางกรณีจะหลีกเลี่ยงการใช้บริเวณใต้ตาเพราะความเสี่ยงเรื่องก้อนนูน Ultracol 200 จึงอาจถูกเลือกเป็นทางเลือกทดแทนในกรณีเช่นนี้
ดูการเปรียบเทียบกับ Juvelook แบบละเอียดได้ที่ คู่มือ Juvelook ฉบับสมบูรณ์ ประกอบกันได้เลย
⚖️ ต่างจาก Juvelook อย่างไร? แบบไหนเหมาะกับคุณ
![]()
Juvelook ที่มักถูกนำมาเปรียบเทียบด้วยกันมีส่วนประกอบเป็น PLLA (Poly-L-lactic acid)
PDO และ PLLA ต่างก็ช่วย "กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน" เหมือนกัน แต่ความเร็วในการย่อยสลายและสภาพผิวที่เหมาะสมต่างกัน
กรณีที่เหมาะกับ Ultracol (PDO):
คนที่ร่องยุบไม่ลึกมาก หรือให้ความสำคัญกับความปลอดภัย คนที่อยากลดความเสี่ยงเรื่องก้อนนูน และเนื่องจากย่อยสลายค่อนข้างเร็ว จึงมักเป็นตัวเลือกของคนที่ทำครั้งแรก
กรณีที่เหมาะกับ Juvelook (PLLA):
คนที่ร่องยุบลึก หรืออายุ 40 ขึ้นไปและรู้สึกว่าการสร้างคอลลาเจนลดลง เนื่องจากย่อยสลายช้ากว่า จึงกล่าวกันว่าให้ผลลัพธ์ที่ชัดกว่า
แบบไหนเหมาะกับคุณขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความลึกของร่อง เนื่องจากแตกต่างกันไปในแต่ละคน จึงแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ในขั้นตอนคำปรึกษา
สำหรับการเปรียบเทียบราคากับสารฉีดชนิดอื่น ดูได้ที่ ตารางเปรียบเทียบราคาสารฉีด ประกอบการตัดสินใจ
⚠️ ผลข้างเคียงหลักและระยะพักฟื้นโดยประมาณ

ผลข้างเคียงหลัก ได้แก่ อาการบวม และ ก้อนนูน (ก้อนแข็งใต้ผิว) รวม 2 อย่าง
อาการบวมมักเกิดขึ้นทันทีหลังทำ บวมมากประมาณ 1 สัปดาห์ และอาการบวมที่หลงเหลืออาจอยู่ได้นานสุดประมาณ 2 สัปดาห์
ก้อนนูนถือว่ามีความเสี่ยงต่ำกว่ากลุ่ม PLLA และหากเกิดขึ้น ในหลายกรณีจะค่อย ๆ ย่อยสลายและถูกดูดซึมไปเองตามเวลา
อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงแตกต่างกันในแต่ละคน หากมีอาการที่น่ากังวลต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์
💰 ราคา Ultracol โดยประมาณ (ราคาอ้างอิงจากคลินิกในเกาหลี)

ด้านล่างเป็นราคาอ้างอิงจาก Odo Clinic (หน่วยเป็นวอนเกาหลี)
ราคาอาจแตกต่างกันไปตามคลินิกและรายละเอียดหัตถการ
✅ Ultracol 100
3cc (ครึ่งขวด) 1 ครั้ง: 300,000 วอน / แพ็กเกจ 3 ครั้ง: 800,000 วอน
✅ Ultracol 200 (ใต้ตา ครึ่งขวด)
1 ครั้ง: 350,000 วอน / แพ็กเกจ 3 ครั้ง: 1,000,000 วอน
✅ Ultracol 200 (1 ขวด)
1 ครั้ง: 490,000 วอน / แพ็กเกจ 3 ครั้ง: 1,350,000 วอน
✅ Ultracol 200 (2 ขวด)
1 ครั้ง: 790,000 วอน / แพ็กเกจ 3 ครั้ง: 2,150,000 วอน
※ ราคาข้างต้นเป็นเพียงราคาอ้างอิง อาจเปลี่ยนแปลงตามอัตราแลกเปลี่ยน คลินิก และขอบเขตการทำหัตถการ
📋 สิ่งที่ควรเช็กก่อนทำหัตถการ
✅ สิ่งที่ควรถามตอนปรึกษาล่วงหน้า
・ความลึกและสภาพร่องของคุณเหมาะกับ 100 หรือ 200
・การเปรียบเทียบกับ Juvelook และทางเลือกอื่น ๆ
・แพทย์ผู้อำนวยการที่จะทำหัตถการจริงเป็นผู้ให้คำปรึกษาด้วยตัวเองหรือไม่
✅ 3 จุดในการเลือกคลินิก
① เลือกคลินิกที่ได้รับการรับรอง KOL และมีประสบการณ์ทำหัตถการมาก (ประสบการณ์สำคัญมากในการคาดการณ์ผลด้านวอลุ่มและความยืดหยุ่น)
② เลือกคลินิกที่มีทางเลือกหลากหลาย เช่น ฟิลเลอร์ Juvelook Sculptra และ Residence
③ เช็กว่าแพทย์ผู้อำนวยการที่จะทำหัตถการเป็นผู้ให้คำปรึกษาด้วยตัวเองหรือไม่
✅ จุดที่ควรรู้เรื่องการจองและการเดินทาง
หลังทำหัตถการมักมีอาการบวม จึงควรหลีกเลี่ยงการทำก่อนวันเดินทางกลับไม่นาน ให้เผื่อเวลาประมาณ 1 สัปดาห์จนกว่าอาการบวมมากจะยุบลง และวางตารางจองให้มีเวลาเหลือ ช่วงวันหยุดยาวของเกาหลี (เช่น วันขึ้นปีใหม่ตามจันทรคติ และชูซอก) ควรระวังเรื่องความแออัดและคลินิกปิดทำการ
สำหรับหลักการเลือกคลินิกความงามในเกาหลีโดยรวม ดูได้ที่ 5 จุดในการเลือกคลินิกความงามในเกาหลี ประกอบกันได้เลย
❓ คำถามที่พบบ่อย
Ultracol 100 กับ 200 ต่างกันอย่างไร?
ต่างกันที่ขนาดอนุภาคและชั้นผิวที่ฉีด 100 มีขนาดอนุภาค 20–50μm ฉีดในชั้นหนังแท้ เพื่อลดริ้วรอยและฟื้นฟูความยืดหยุ่น ส่วน 200 มีขนาดอนุภาค 50–110μm ฉีดในชั้นไขมันใต้ผิวหนังส่วนบน เพื่อเติมวอลุ่มให้บริเวณที่ยุบลึก
Ultracol กับ Juvelook แบบไหนเหมาะกับฉัน?
หากร่องยุบไม่ลึกมากหรือให้ความสำคัญกับความปลอดภัย มักเลือก Ultracol (PDO) หากร่องยุบลึก หรือกังวลเรื่องคอลลาเจนที่ลดลงตามวัย Juvelook (PLLA) ก็เป็นอีกทางเลือก เนื่องจากแตกต่างกันตามสภาพของแต่ละคน จึงแนะนำให้ตัดสินใจหลังปรึกษาแพทย์
Ultracol เริ่มเห็นผลเมื่อไหร่?
เริ่มเห็นผลราว 1 เดือนหลังทำหัตถการ และเห็นผลสูงสุดหลัง 6 เดือน ระยะเวลาที่ผลคงอยู่แตกต่างกันในแต่ละคน แต่โดยเฉลี่ยกล่าวกันว่าประมาณ 1 ปี
หลังทำหัตถการจะบวมนานแค่ไหน?
บวมมากประมาณ 1 สัปดาห์ และอาการบวมที่หลงเหลืออาจอยู่ได้นานสุดประมาณ 2 สัปดาห์ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการทำก่อนวันเดินทางกลับไม่นาน และวางตารางให้มีเวลาเผื่อ
Ultracol 200 ใช้กับร่องใต้ตาได้ไหม?
ได้ ร่องใต้ตาเป็นหนึ่งในบริเวณหลักที่ใช้ Ultracol 200 ผลิตภัณฑ์กลุ่ม PLLA ในบางกรณีจะหลีกเลี่ยงการใช้บริเวณใต้ตาเพราะความเสี่ยงเรื่องก้อนนูน Ultracol 200 จึงอาจถูกเลือกเป็นทางเลือกทดแทน
✨ สรุป
สิ่งที่คนที่กำลังหาข้อมูล Ultracol ผลลัพธ์ ราคา ควรเช็กก่อนทำหัตถการมีดังนี้
☑ เข้าใจว่า 100 (ชั้นหนังแท้) มีเป้าหมายเพื่อลดริ้วรอยและเพิ่มความยืดหยุ่น ส่วน 200 (ชั้นไขมันใต้ผิวหนังส่วนบน) มีเป้าหมายเพื่อเติมวอลุ่มให้บริเวณที่ยุบลึก
☑ รู้ไว้ว่าผลจะเริ่มเห็นหลัง 1 เดือน และเห็นผลสูงสุดหลัง 6 เดือน
☑ หากร่องยุบไม่ลึกมากหรือเน้นความปลอดภัย เลือก Ultracol หากกังวลเรื่องความลึกหรือคอลลาเจนที่ลดลงตามวัย ลองพิจารณา Juvelook ด้วย
☑ รู้ไว้ว่าสำหรับบริเวณใต้ตา Ultracol 200 อาจถูกเลือกเป็นทางเลือกทดแทนในกรณีที่กลุ่ม PLLA ไม่เหมาะ
☑ เลือกคลินิกที่มีประสบการณ์ทำหัตถการมากและมีทางเลือกหลากหลาย
☑ ตัดสินใจเลือกวิธีที่เหมาะกับสภาพของคุณร่วมกับแพทย์ในขั้นตอนคำปรึกษา
หากคุณเพิ่งเริ่มวางแผนไปทำความงามที่เกาหลีเป็นครั้งแรก ดูได้ที่ เช็กลิสต์สำหรับมือใหม่ที่จะไปทำความงามที่เกาหลี ประกอบการตัดสินใจ
เพราะเป็นหัตถการที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงทีละน้อย จึงสำคัญที่จะไม่รีบร้อน และดำเนินการไปพร้อมกับแพทย์ที่ไว้ใจได้
🌸 สำหรับคนที่อยากรู้เรื่อง Ultracol มากขึ้น
หากคุณกำลังพิจารณาทำหัตถการ แนะนำให้เริ่มจากการปรึกษาที่คลินิกที่ไว้ใจได้ก่อน
LINE ของ YEPPURIKO รับปรึกษาเรื่องการไปทำความงามที่เกาหลีแบบรายบุคคล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเลือกคลินิกหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับหัตถการ ติดต่อผ่านโปรไฟล์ได้เลย









