วิธีจองร้านทำผมที่เกาหลี ไม่ต้องโทรก็จองได้ง่าย ๆ【ฉบับเก็บไว้อ่าน】

อยากลองทำผมสไตล์ไอดอล K-POP ที่เกาหลี แต่ไม่รู้ว่าต้องจองยังไง… บทความนี้ช่วยคุณได้📱✨
【อยากไปร้านทำผมที่เกาหลี แต่กังวลเรื่องต้องโทรคุยเป็นภาษาเกาหลี…】
ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปแล้ว
จริง ๆ แล้วร้านทำผมในเกาหลีจองได้โดยไม่ต้องโทรเลย
แถมยังคุยกันผ่านข้อความ คุณจึงค่อย ๆ ใช้แอปแปลภาษาไปพร้อมกันได้อย่างสบายใจ
ครั้งนี้เราจะอธิบายวิธีจองร้านทำผมในเกาหลีแบบละเอียด ที่นักท่องเที่ยวก็ทำตามได้ง่าย ๆ
📱ไม่ต้องโทร! 3 วิธีจองร้านทำผมในเกาหลี
การจองร้านทำผมในเกาหลีมีรูปแบบเฉพาะตัวอยู่บ้าง
ที่เกาหลี การจองผ่าน SNS หรือแอปเป็นเรื่องปกติมาก
มีหลายวิธีที่สะดวกกว่าการโทรเสียอีก
มาดูจุดเด่นของแต่ละวิธีกัน
📝คัดลอกไปใช้ได้เลย! ข้อความสำหรับจอง
안녕하세요! 해외에서 온 여행객입니다. 〇월 〇일 〇시에 예약하고 싶은데 가능할까요? 커트/염색/펌을 하고 싶습니다. 영어 가능하신가요?
(สวัสดีค่ะ/ครับ! เป็นนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ
อยากจองวันที่〇 เดือน〇 เวลา〇 นาฬิกา ได้ไหม?
อยากตัด/ทำสี/ดัดผม
พูดภาษาอังกฤษได้ไหม?)
💡เคล็ดลับ: ส่งรูปทรงผมที่อยากได้ไปด้วย จะคุยกันง่ายขึ้น!
ถึงภาษาจะไม่ค่อยเข้าใจกัน แต่ถ้ามีรูป ก็สื่อได้ชัดเจนว่า【อยากได้แบบนี้】
หลายคนส่งรูปไอดอล K-POP หรือทรงผมของดาราเกาหลีไป
ข้อควรระวัง
・บางครั้งอาจตอบกลับช้า (ถ้านอกเวลาทำการ อาจได้คำตอบวันรุ่งขึ้น)
・บางร้านไม่รับจองทาง DM (ถ้าเป็นแบบนั้นให้ลองวิธีอื่น)
・ร้านดังคิวเต็มเร็ว แนะนำให้ติดต่อไว้แต่เนิ่น ๆ
② จองผ่าน NAVER (สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในเกาหลีหรือพักระยะยาว)
ถ้าคุณอาศัยอยู่ในเกาหลีหรือพักระยะยาว การจองผ่าน NAVER สะดวกมาก
จองได้ง่าย ๆ จากแอปแผนที่ของ NAVER ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น Google ของเกาหลี
ข้อดี
✓ ทำทุกอย่างจบในแอป
✓ เช็กคิวว่างได้แบบเรียลไทม์
✓ เลือกช่างได้
✓ ดูรีวิวได้
✓ มีประวัติการจองเก็บไว้
สิ่งที่ต้องมี
・เบอร์โทรศัพท์เกาหลี
・บัญชีธนาคารหรือบัตรของเกาหลี
・ค่ามัดจำการจองประมาณ 10,000 วอน (หักจากค่าบริการ)
ขั้นตอนการจอง
1. ค้นหาร้านทำผมใน NAVER Map
เปิดแอปแล้วค้นหาร้านทำผมในย่านที่อยากไป
2. แตะปุ่ม【예약】(จอง)
ถ้าหน้าร้านมีปุ่มจอง แปลว่าร้านนั้นรับจองผ่าน NAVER
3. เลือกวันเวลา ช่าง และเมนู
เลือกได้จากช่วงเวลาที่ว่าง
ดูประวัติและความถนัดของช่างได้ด้วย เลือกคนที่เหมาะกับคุณได้เลย
4. ชำระค่ามัดจำ
ชำระด้วยบัตรหรือ NAVER Pay
ยอดนี้จะหักจากค่าบริการ จึงเหมือนเป็นการจ่ายล่วงหน้า
5. จองเสร็จเรียบร้อย!
จะได้รับข้อความยืนยันการจอง
วันจริงแค่ไปถึงร้านตรงเวลาก็พอ
ข้อควรระวัง
・ต้องมีเบอร์โทรศัพท์เกาหลี
・ค่ามัดจำส่วนใหญ่ไม่คืน (ระวังเรื่องการยกเลิก)
・ไม่ใช่ทุกร้านที่รับจองผ่านช่องทางนี้
・ทุกอย่างเป็นการพิมพ์ จึงค่อย ๆ แปลไปพร้อมกันได้อย่างสบายใจ
③ จองผ่าน KakaoTalk
จองผ่าน KakaoTalk แอปแชตที่คนเกาหลีใช้มากที่สุดก็ได้
เป็นแอปที่เปรียบได้กับ LINE เวอร์ชันเกาหลี และเป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้สำหรับการใช้ชีวิตในเกาหลี
ข้อดี
✓ คุยผ่านข้อความ แปลไปพร้อมกันได้อย่างสบายใจ
✓ ตอบกลับเร็ว (คนเกาหลีส่วนใหญ่มักเช็ก Kakao อยู่ตลอด)
✓ ส่งรูปได้ง่าย
✓ โทรได้ด้วย (ถ้าจำเป็น)
ขั้นตอนการจอง
1. ดาวน์โหลด KakaoTalk
ถ้ายังไม่มี ดาวน์โหลดได้จากแอปสโตร์
2. เพิ่มบัญชีทางการของร้านทำผม
ใน Instagram ของร้านทำผมมักจะเขียน ID ของ【카카오톡】ไว้
3. ส่งข้อความขอจองในแชต
ถ้ามีเมนู【예약관련문의】(สอบถามเกี่ยวกับการจอง) ให้แตะได้เลย
ถ้าไม่มี ให้พิมพ์ส่งวันเวลาที่ต้องการและบริการที่อยากทำไปโดยตรง
4. รอการตอบกลับ
เร็วสุดไม่กี่นาที ช้าสุดก็ไม่กี่ชั่วโมงจะได้คำตอบ
5. จองเสร็จเรียบร้อย!
เมื่อยืนยันวันเวลาแล้ว วันจริงก็แค่ไปที่ร้าน
ข้อควรระวัง
・ต้องมีบัญชี KakaoTalk
・ไม่ใช่ทุกร้านที่รับจองผ่านช่องทางนี้
・ถ้านอกเวลาทำการ อาจตอบกลับช้า
🔔จุดสำคัญในการจองร้านทำผมในเกาหลี
จริง ๆ แล้ว ร้านทำผมในเกาหลีแต่ละร้านมีวิธีจองต่างกันโดยสิ้นเชิง
ถ้าไม่รู้เรื่องนี้ อาจสับสนว่า【ทำไมจองไม่ได้นะ?】
เหตุผลที่แต่ละร้านมีวิธีจองต่างกัน
・รับจองทาง Instagram DM เท่านั้น
・รับจองทาง NAVER เท่านั้น
・รับจองทาง KakaoTalk เท่านั้น
・รับจองหลายช่องทาง
・ไม่ต้องจอง (walk-in ได้)
แต่ละร้านมีสไตล์ของตัวเองแบบนี้
โดยเฉพาะร้านเล็ก ๆ ที่เจ้าของดูแลเอง มักเลือกวิธีจองตามความชอบของเจ้าของร้าน
วิธีเช็กว่าร้านรับจองแบบไหน
ร้านทำผมหลายร้านเขียน【예약 방법】(วิธีการจอง) ไว้ในโปรไฟล์หรือไฮไลต์ของ Instagram
เริ่มจากเช็กตรงนั้นก่อน
ถ้าไม่ได้เขียนไว้
【어떻게 예약하나요?】(จองยังไงคะ/ครับ?)
ส่ง DM ไปถามแบบนี้ ร้านก็จะบอกให้
ถามได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ
⏰จังหวะที่ดีที่สุดในการจอง
ควรจองร้านทำผมในเกาหลีเมื่อไหร่ดี?
โดยทั่วไป 2–3 วันล่วงหน้า
เมื่อกำหนดตารางเที่ยวได้แล้ว จองล่วงหน้า 2–3 วันดีที่สุด
ไม่กระชั้นเกินไป และยังปรับเปลี่ยนแผนได้ง่าย
ร้านดัง จองล่วงหน้า 1 สัปดาห์ก็ไม่เร็วเกินไป
โดยเฉพาะช่างที่มีชื่อเสียง หรือร้านที่กำลังเป็นกระแสใน SNS คิวจะเต็มเร็ว
ถ้ามีร้านในใจแล้ว จองล่วงหน้า 1 สัปดาห์ก็ไม่ถือว่าเร็วเกินไป
walk-in วันนั้นเลยได้ไหม?
ถ้าจะไปวันนั้นเลย แนะนำให้ส่ง DM หรือ Kakao ไปถามก่อนว่า
【오늘 가능해요?】(วันนี้ได้ไหม?)
ดีกว่าเดินเข้าไปเลย
ถ้าว่าง ร้านอาจบอกว่า【มาได้เลย】
หรือถ้าคิวเต็ม บางร้านก็เสนอวันอื่นให้ เช่น【พรุ่งนี้ได้นะ】
📝รวมประโยคภาษาเกาหลีที่ใช้ได้จริง
รวมประโยคที่ใช้ได้ตอนจองและที่ร้าน
คัดลอกไปใช้ในข้อความได้เลย
<ตอนจอง>
【예약하고 싶어요】
→ อยากจองค่ะ/ครับ
【영어 가능해요?】
→ พูดภาษาอังกฤษได้ไหม?
【이 사진처럼 해주세요】
→ ช่วยทำให้เหมือนรูปนี้หน่อย
【많이 자르지 말아주세요】
→ อย่าตัดเยอะนะ
【대략 얼마예요?】
→ ประมาณเท่าไหร่?
<ที่ร้าน>
【앞머리는 눈썹 위로 해주세요】
→ ช่วยตัดหน้าม้าให้อยู่เหนือคิ้ว
【자연스럽게 해주세요】
→ ขอแบบดูเป็นธรรมชาติ
【염색 색깔 추천해주세요】
→ ช่วยแนะนำสีผมหน่อย
【비용은 얼마예요?】
→ ค่าบริการเท่าไหร่?
⚠️เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับร้านทำผมในเกาหลี
รู้ความแตกต่างไว้ก่อน วันจริงจะได้ราบรื่น
<เรื่องค่ามัดจำ>
กรณีจองผ่าน NAVER
ต้องจ่ายค่ามัดจำประมาณ 10,000 วอน
ยอดนี้หักจากค่าบริการ จึงเหมือนเป็นการจ่ายล่วงหน้า
ระวังว่าถ้ายกเลิก ส่วนใหญ่จะไม่ได้เงินคืน
กรณีจองผ่าน Instagram DM หรือ Kakao
เกือบทั้งหมดไม่ต้องจ่ายค่ามัดจำ
แต่ห้ามเทนัดโดยไม่แจ้งเด็ดขาด
ถ้าจำเป็นต้องยกเลิกจริง ๆ ให้รีบแจ้งร้านแต่เนิ่น ๆ
<เรื่องค่าบริการ>
ร้านทำผมในเกาหลีหลายร้านไม่ได้กำหนดราคาตายตัวตอนจอง
เพราะราคาจะเปลี่ยนไปตามความยาวและสภาพผม รวมถึงปริมาณน้ำยาทำสีที่ใช้
วันจริง ร้านจะบอกราคาคร่าว ๆ ก่อนเริ่มทำ
ถ้ากังวล จะถามล่วงหน้าว่า【대략 얼마예요?】ก็ได้
เวลาที่ใช้โดยประมาณ
ตัดอย่างเดียว
ประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง
ตัด + ทำสี
ประมาณ 2–3 ชั่วโมง
ตัด + ดัด
ประมาณ 2.5–3.5 ชั่วโมง
ตัด + ทำสี + ทรีตเมนต์
ประมาณ 3–4 ชั่วโมง
มักใช้เวลานานกว่าที่หลายคนคุ้นเคยอยู่บ้าง
เป็นเพราะช่างทำอย่างพิถีพิถัน แต่ควรเผื่อเวลาสำหรับแผนถัดไปไว้ด้วย
ต้องให้ทิปไหม?
ร้านทำผมในเกาหลีไม่มีวัฒนธรรมการให้ทิป
จ่ายตามราคาได้เลย
ถ้าประทับใจเป็นพิเศษ ลองโพสต์ความรู้สึกอย่าง【ดีมากเลย】ลงใน Instagram
Story แล้วแท็กร้าน ช่างจะดีใจมาก
💡เคล็ดลับจองให้สำเร็จ
สุดท้าย ขอแชร์เคล็ดลับให้จองได้ราบรื่น
เตรียมรูปไว้หลายรูป
รูป【อยากได้แบบนี้】มีสัก 3 รูปจะดีกว่า 1 รูป
ถ้ามีรูปด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง จะสื่อภาพได้แม่นยำขึ้น
รูปอ้างอิงสีด้วย
ถ้าจะทำสี ให้เตรียมรูปอ้างอิงโทนสีไปด้วย
【밝은 브라운】(น้ำตาลสว่าง)
【애쉬 그레이】(แอชเกรย์)
บอกชื่อสีเป็นภาษาเกาหลีไปด้วยแบบนี้ จะชัดเจนแน่นอน
ระบุความยาวให้ชัดเจน
【조금만】(นิดเดียว) ยังกำกวมไป
【5cm 정도】(ประมาณ 5cm)
【어깨 정도】(ประมาณไหล่)
บอกให้เจาะจงแบบนี้
🌟จุดเด่นแยกตามย่าน
รู้ลักษณะร้านทำผมในแต่ละย่านหลักของเกาหลีไว้ก็สะดวก
เมียงดง (Myeongdong)
เป็นย่านที่มีนักท่องเที่ยวเยอะ ร้านทำผมจำนวนมากจึงคุ้นเคยกับลูกค้าต่างชาติ
บางร้านมีพนักงานที่พูดภาษาญี่ปุ่นได้
ราคาสูงกว่าเล็กน้อย แต่อุ่นใจกว่า
คังนัม (Gangnam)
ย่านที่ล้ำเทรนด์ที่สุด
มีร้านทำผมระดับไฮเอนด์ที่คนดังและดาราไปใช้บริการรวมตัวกันอยู่
ฝีมือดี แต่ราคาก็สูงตาม
แต่ความภูมิใจที่ได้บอกว่า【ทำที่นี่】ก็คุ้มค่าเป็นพิเศษ
ฮงแด (Hongdae)
เป็นย่านนักศึกษา ราคาจึงค่อนข้างย่อมเยา
มีหลายร้านที่ถนัดทรงผมแนวอาร์ตและมีเอกลักษณ์
ถ้าอยากเปลี่ยนลุคแบบจัดเต็ม มาที่นี่เลย
ซองซู (Seongsu)
ย่าน【ฮิปสเตอร์】ที่กำลังมาแรง
ร้านทำผมหลายร้านตกแต่งเหมือนคาเฟ่เก๋ ๆ ถ่ายรูปลง IG สวยมาก◎
ราคาระดับกลาง คุณภาพดี คุ้มค่าสุด ๆ
💖สรุป: จองร้านทำผมในเกาหลีง่ายกว่าที่คิด!
อ่านมาถึงตรงนี้ รู้สึกไหมว่า【ง่ายกว่าที่คิดแฮะ】?
สรุปจุดสำคัญในการจองร้านทำผมในเกาหลี
✅ ไม่ต้องโทร! คุยผ่านข้อความได้
✅ นักท่องเที่ยวใช้ Instagram DM ดีที่สุด
✅ คนที่อาศัยอยู่ในเกาหลีจองผ่าน NAVER สะดวก
✅ แต่ละร้านมีวิธีจองต่างกัน ควรเช็กก่อน
✅ มีรูปไปด้วย สื่อภาพได้ชัดเจนแน่นอน
✅ จองล่วงหน้า 2–3 วันดีที่สุด
✅ ใช้แอปแปลภาษาคุยได้อย่างสบายใจ
จองได้ครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งต่อไปจะง่ายขึ้นอีก
การไปร้านทำผมในเกาหลีไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย
ส่งท้าย
ร้านทำผมในเกาหลีฝีมือดีและราคาสมเหตุสมผล
ถนัดทรงผมตามเทรนด์ ทำให้คุณได้ลุคทันสมัยแบบไอดอล K-POP
แค่รู้วิธีจอง ที่เหลือก็แค่สนุกไปกับมัน
ทริปเกาหลีครั้งหน้า ลองทำผมสไตล์ไอดอล K-POP ต้นตำรับดูนะ
ต้องเป็นประสบการณ์พิเศษที่หาจากที่อื่นไม่ได้แน่นอน
YEPPURIKO ขอเป็นกำลังใจให้การไปร้านทำผมเกาหลีครั้งแรกของคุณ💇♀️✨













